การศึกษาได้ผ่านการเปลี่ยนแปลงอย่างยิ่งยวดตลอดหลายศตวรรษ โดยพัฒนาไปตามการปฏิรูปของเศรษฐกิจ สังคมและเทคโนโลยี (4th Industrial Revolution หรือ IR4.0) จากรูปแบบการเรียนการสอนในอดีตที่มีครูเป็นศูนย์กลาง สู่การศึกษาที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญเทคโนโลยีในปัจจุบันก็เป็นตัวจักรสำคัญในการขับแคลื่อนการศึกษาแบบสมัยใหม่ ตามประวัติศาสตร์แล้ว การศึกษาได้ผ่านช่วงเวลาที่แตกต่างกัน ได้แก่ การศึกษาในยุค 1.0, 2.0, 3.0 และปัจจุบันคือ การศึกษาในยุค 4.0
การพัฒนานี้แสดงถึงวิวัฒนาการของรูปแบบการศึกษาในการตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของสังคมและเทคโนโลยี
ดังต่อไปนี้:
ภาพประกอบที่ 1 "วิวัฒนาการการศึกษาจากยุค 1.0 สู่ 4.0"
การศึกษาในยุค 4.0
ภาพข้างต้นแสดงให้เห็นถึงช่วงเวลาการเปลี่ยนผ่านและการเปลี่ยนแปลงจากการศึกษายุค
1.0 ถึง 4.0 เนื่องจากรูปแบบการศึกษาในยุค 1.0 เป็นยุคก่อนการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในวงการศึกษาอย่างกว้างขวาง
แต่ในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมาเรามีประสบกับการศึกษาในยุค 2.0 - 4.0 เป็นยุคมีการใช้คอมพิวเตอร์และสื่อดิจิตอลต่างๆในการเรียนการสอน
รวมทั้งมีการใช้อินเตอร์เน็ตหรือเวิลด์ไวด์เว็บเพื่อใช้ค้นหาข้อมูล ปัจจุบันเทคโนโลยียุคใหม่เช่นปัญญาประดิษฐ์กลายเป็นเทคโนโลยีที่ใกล้ตัวและจับต้องได้
ซึ่งจะส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการศึกษาที่สำคัญบางลีกเลี่ยงไม่ได้ การศึกษาในยุคใหม่จึงมีการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ
อาทิเช่น การเปลี่ยนแปลงแนวทางจากครูเป็นศูนย์กลางไปสู่ผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง (child-centered approach) การศึกษาเป็นส่วนตัวมากขึ้น (personalized learning) และผลลัพธ์ทางการศึกษาเน้นทักษะแห่งศตวรรษที่
21 (21th century skills) มากกว่าใบปริญญาบัตร
เป็นต้น
การศึกษาในยุค
4.0 มีคุณลักษณะที่สำคัญ 5 ประการดังนี้
- การเรียนรู้แบบส่วนตัวและปรับตัวได้
(Personalized and adaptive learning)
ตัวอย่างเช่น นักเรียนสามารถออกแบบตารางเรียนของตนเองสำหรับหัวข้อและหลักสูตรที่สนใจ ในทางกลับกัน โรงเรียนมีหน้าที่จัดหาและสนับสนุนนักเรียน - การเรียนรู้แบบโครงการและประสบการณ์จริง
(Project-based and experiential learning)
ตัวอย่างเช่น การเรียนรู้ STEM และการเรียนรู้โดยการพัฒนาโครงการต่างๆ (project-based learning) - ทักษะการตีความข้อมูล
(Data interpretation skills)
ตัวอย่างเช่น นักเรียนเรียนรู้วิธีการทำวิจัยและพัฒนา (Research and Development or R&D) - การประเมินแบบปฏิบัติการ
(Formative assessment)
ตัวอย่างเช่น แบบทดสอบออนไลน์ E-portfolio การอภิปรายผ่านโซเชียลมีเดีย Google Classroom และ Jamboard เป็นต้น
การเป็นเจ้าของการเรียนรู้ของนักเรียน
การเป็นเจ้าของการเรียนรู้ในยุคการศึกษา 4.0 ช่วยให้นักเรียนเป็นผู้มีส่วนร่วมอย่างแข็งขันในการศึกษาของตน ส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์
นวัตกรรม และความรักในการเรียนรู้ตลอดชีวิต
ภาวะผู้นำด้านดิจิทัล (Digital Leadership)
ผู้บริหารการศึกษายุคใหม่จำเป็นต้องมี “ภาวะผู้นำด้านดิจิทัล” เพื่อที่จะสามารถขับเคลื่อนองค์กรการศึกษาให้ก้าวผ่านกระบวนการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัลอย่างมีประสิทธิภาพ (digital transformation) ซึ่งครอบคลุมทั้งการนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้และการสร้างวัฒนธรรมแห่งนวัตกรรมและความรู้ดิจิทัล เฉกเช่น Sheninger (2019) กล่าวว่า "ผู้นำดิจิทัลคือผู้สร้างวิสัยทัศน์ร่วมในการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัล ส่งเสริมวัฒนธรรมแห่งนวัตกรรม และมอบอำนาจให้บุคลากรสร้างสรรค์นวัตกรรม" (หน้า 12) องค์ประกอบหลักของผู้นำดิจิทัลประกอบด้วย 5 ด้าน ได้แก่
- วิสัยทัศน์และการวางแผนเชิงกลยุทธ์เพื่อบูรณาการเทคโนโลยีดิจิทัล
(Vision and strategic planning for digital integration) - การพัฒนาศักยภาพบุคลากรด้านทักษะดิจิทัล
(Professional development for staff in digital competencies) - การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและการจัดสรรทรัพยากรอย่างเหมาะสม
(Infrastructure development and resource allocation) - การตัดสินใจเชิงนโยบายบนพื้นฐานข้อมูล
(Data-driven decision making) - การมีส่วนร่วมของชุมชนผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัล
(Community engagement through digital platforms)
ในงานวิจัยของของ Karakose และคณะ (ในปี 2022) ชี้ให้เห็นถึงความเชื่อมโยงระหว่างการศึกษายุค 4.0 และผู้นำด้านดิจิทัล โดยระบุว่า "ผู้นำดิจิทัลในบริบทของการศึกษา 4.0 ต้องไม่เพียงแต่ดำเนินการนำเทคโนโลยีมาใช้ แต่ยังต้องสร้างวัฒนธรรมที่สนับสนุนนวัตกรรมดิจิทัลและเตรียมความพร้อมให้นักเรียนสู่โลกดิจิทัลที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว" (หน้า 16171)
ภาพประกอบที่ 3 ภาวะผู้นำดิจิทัลในยุคการศึกษา 4.0
สรุป
การศึกษายุค 4.0 และผู้นำด้านดิจิทัลเป็นแนวคิดหลักสำคัญในวงการศึกษาสมัยใหม่ โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการปรับตัวของระบบการศึกษาให้สอดคล้องกับความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี และบทบาทสำคัญของผู้นำในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว ในยุคดิจิทัลที่พัฒนาอย่างต่อเนื่อง แนวคิดเหล่านี้จะมีบทบาทยิ่งขึ้นในการกำหนดอนาคตของการเรียนรู้และการบริหารจัดการทางการศึกษา อย่างไรก็ดี เทคโนโลยีใหม่ ๆ กำลังเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง เราอาจได้พบกับการศึกษา 5.0 ในอนาคตอันใกล้หรือเร็วกว่านั้นด้วยเทคโนโลยีควอนตัมคอมพิวเตอร์ ดังนั้นผู้นำดิจิทัลจำเป็นต้องมีความยืดหยุ่นและมีวิสัยทัศน์ก้าวไกล เนื่องจากโลกและแนวทางการเรียนรู้เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา สุดท้ายนี้ เราต้องตั้งคำถามกับตนเองว่า เราจะเลือกยึดติดกับสิ่งเดิมหรือก้าวไปสู่การสร้างอนาคตที่ดีกว่า คำตอบอยู่ที่ใจของผู้นำในยุคแห่งการเปลี่ยนผ่านทางดิจิทัลและทางการศึกษาในยุคใหม่ที่เรากำลังอยู่และที่กำลังจะมาถึงนี้
อ้างอิงจาก
- Hussin, A. A. (2018). Education 4.0 Made Simple: Ideas For Teaching. International Journal of Education and Literacy Studies, 6(3), 92-98. https://doi.org/10.7575/aiac.ijels.v.6n.3p.92
- Sheninger, E. (2019). Digital Leadership: Changing Paradigms for Changing Times. Corwin Press.
- Karakose, T., Kocabas, I., Yirci, R., Papadakis, S., Ozdemir, T. Y., & Demirkol, M. (2022). The development and evolution of digital leadership: a bibliometric mapping approach-based study. Sustainability, 14(23), 16171.
https://doi.org/10.3390/su142316171
ภาพประกอบที่ 1
- Education 1.0
Hussin, A. A. (2018). Education 4.0 Made Simple: Ideas For Teaching. International Journal of Education and Literacy Studies, 6(3), 92-98.
https://doi.org/10.7575/aiac.ijels.v.6n.3p.92) - Education 2.0
Demartini, C., & Benussi, L. (2017). Do Web 4.0 and Industry 4.0 Imply Education X.0? IT Professional, 19(3), 4-7.
https://doi.org/10.1109/MITP.2017.47 - Education 3.0
Fisk, P. (2017). Education 4.0 ... the future of learning will be dramatically different, in school and throughout life. Retrieved from
http://www.thegeniusworks.com/2017/01/future-education-young-everyone-taught-together - Education 4.0
Moravec, J. W. (2008). A new paradigm of knowledge production in higher education. On the Horizon, 16(3), 123-136.
https://doi.org/10.1108/10748120810901422




ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น